ไม่ได้อัพบล็อคมานานนม นมนานเลยน้อ

คิดถึงบล็อคร้างๆของตัวเองจริงๆ เอาฟิคสั้นของตัวเองมาลงดีกว่า เพื่อความหฤหรรษ์ใจ ฟิคสั้นมากๆ อันเป็นเหตุการณ์เล็กๆที่แสนจะเจ็บปดของคนรักเพื่อนตัวเอง และที่สำคัญ YAOI เช่นเคย... ฮุๆๆๆ

...............................................

เรื่อง "เรื่องที่ไม่ควรรับรู้"

มือที่จับกันเอาไว้รับรู้ได้ถึงไออุ่น ร่างแนบชิด แต่ผมกลับรู้สึกได้เพียงความว่างเปล่า
อีกไม่นานแล้วที่ความสุขของผมจะหมดไป ความสุขนั้นอาจจะหมดไปพร้อมความเจ็บปวดในใจ หรือความเจ็บที่ทวีมากขึ้นกันแน่
เพลง มาร์ชของโรงเรียนดังก้อง นักเรียนชั้นม.หกบูมอำลาอาจารย์ประจำชั้น พวกผมยิ้มทั้งน้ำตา ไม่มีครั้งไหนที่เพลงมาร์ชโรงเรียนจะเพราะเท่านี้ หกปีที่ผมผ่านสุข ผ่านทุกข์ ความผิดที่ได้ทำ ความดีที่สร้างเอาไว้ มิตรภาพ ความรัก ความฝันและความทรงจำที่ไม่มีวันลืม

‘เพื่อนสนิท’ ของผมก้มหน้าลงเช็ดน้ำตากับเสื้อ ผมยิ้มแหงนหน้ามองให้น้ำตาไหลย้อนกลับลงไป ตึกเรียนที่คุ้นเคยพร่ามัวในมุมมองผ่านน้ำตาแห่งความซึ้งใจ
เพลงมาร์ชจบลง ผมตะโกนสุดเสียงบูมอาจารย์ มันไม่อาจจะทดแทนเรื่องไม่ดีที่ผมทำไว้หลายอย่างแต่ก็ขอบคุณจริงๆที่สั่งสอนผม...



ผม เดินแยกมานั่งที่ระเบียงหน้าห้องประจำชั้นระหว่างที่เพื่อนๆเขียนเสื้อให้ กัน มองลงไปที่สนามบอล รุ่นน้องที่กลายเป็นจุดสีขาวเล็กๆวิ่งทั่วสนามเตะบอลส่งไปส่งมาอย่างที่ไม่ รู้จักเหน็ดเหนื่อย หกปีที่แล้วผมก็ได้รู้จักเพื่อนสนิทผมที่สนามบอลนี้ หกปีที่ผ่านมามันเป็นที่นัดพบของผมกับมัน เบี่ยงสายตาไปทางซ้ายก็เป็นอาคารที่ผมเคยอยู่ตอนม.ต้น ช่วงเวลาที่มีความสุขที่ได้อยู่กับเพื่อน แต่ผมไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเวลาผ่านไป ความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆกับเพื่อน ได้เที่ยว ได้เรียน ได้กิน ได้นอนด้วยกันมันกลายเป็นความทรมานใจที่ผมเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้

“เล่นมิวสิคหรือไงมึง”
เพื่อน สนิทของผมที่เสื้อนักเรียนเต็มไปด้วยลวดลายอักษรเสื้อผมเองก็ไม่ได้ต่างเลย อาจจะลายน้อยกว่านิดหน่อย เพราะผมยังไม่ได้เข้าไปให้เพื่อนเขียนต่อ
“แค่ใจหายว่ะ” ผมกลับไปมองสนามหญ้าสีเขียวสดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แขนของเพื่อนสนิทข้างตัวโอบไหล่ผมเอาไว้
“กูคงคิดถึงชิบหาย ตอนเรียนอยากจบ พอจบจริงๆเสือกเสียดาย”
“กูยังไม่ได้ทำอะไรอีกหลายอย่างที่กูควรทำ” ผมพูด เพื่อนสนิทของผมยิ้มมุมปาก
“ก็รีบๆทำซะมึง จะไปบอกรักใครให้กูช่วยได้ก็บอกนะเว้ย กูเห็นมึงโสดสนิทมาหลายปี”
“ปล่อยๆกูไปเหอะ บอกไปกูก็ทำให้เขาลำบากใจเปล่าๆ”
“มึงรู้ได้ไงว่าเขาไม่มีใจให้มึง”
ผมยิ้มให้มัน “กูรู้ เพราะกูรู้ใจเขาดี ว่าเขาคิดอะไรอยู่”
“เฮ้ย มีใครที่มึงรู้ใจยิ่งกว่ากูอีกเหรอวะ ห่าเอ้ย ใครเนี่ย ทำไมกูไม่เห็นเคยจะรู้เลย ถ้าสนิทกันขนาดนั้นกูว่าเขาน่าจะรู้แล้วนะว่ามึงชอบเขาอ่ะ”

ไอ้ประสาทเอ้ย... ยิ่งพูดกูยิ่งอยากหัวเราะทั้งน้ำตา

“กูบอกแล้วไงว่ากูรู้ดีว่ามันคิดอะไร ปล่อยไปแบบนี้แหละ สักวันหนึ่ง กูคงลืมเอง”
“งั้น เหรอ” เพื่อนสนิทของผมจับบ่าผมแล้วบีบเหมือจะเป็นห่วงผม ผมก็ได้แต่ยิ้มให้มัน แม้ใจจริงอยากจะเข้าไปกอดแน่นๆ กอดให้มันรู้ว่าคนใกล้ๆตัวมัน กำลังคิดเกินเพื่อนกับมันมานานแล้ว
“ถึงพูดไปสุดท้ายกูก็จะเสียทั้งใจ เสียทั้งเพื่อน ไม่รู้แบบนี้ล่ะดีแล้ว”



ที่ กูไม่บอกไม่ใช่ไม่กล้า... แต่เพราะกูรู้นิสัยมึงดี รู้ดีว่ามึงเคยไม่มีใจให้กูเลย ให้กูอยู่แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ ให้เป็นคนที่มึงให้ความสำคัญในฐานะเพื่อนสนิท อย่างน้อยก็ยังได้ใกล้กับมึงเรื่อยๆ ได้ดูแล ได้ห่วงใยแม้มันจะทรมานก็ตามที


[จบ]
...